คดีเงินกู้ธนาคารกรุงไทย

- มติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๔๗

เรื่อง รายงานการส่งเสริมการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคขนส่ง

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่ กระทรวงพลังงานรายงานการส่งเสริมการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคขนส่ง โดยในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ได้ใช้เงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเพื่อสนับสนุนการดำเนิน การขยายผลการใช้ก๊าซธรรมชาติในยานพาหนะ (Natural Gas for Vehicle : NGV) เพื่อสร้างตลาดและความมั่นใจ เชิงพาณิชย์ในการใช้ก๊าซ NGV ทดแทนน้ำมันเบนซิน พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นให้เกิดผู้ประกอบการ ผู้จำหน่ายและติดตั้งอุปกรณ์ NGV เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ กระทรวงพลังงาน การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) และธนาคารกรุงไทย จำกัด ได้ร่วมมือกันจัดทำ “โครงการแท็กซี่เอื้ออาทร” ๑๐๐,๐๐๐ คัน โดยเป็นรถใหม่ที่ติดตั้งอุปกรณ์ NGV โดยแท็กซี่อาสาสมัครจะซื้อรถเพื่อเป็นเจ้าของรถเองโดยผ่อนชำระกับธนาคารกรุง ไทย ฯ แบบดอกเบี้ยต่ำ ระยะเวลาคืนเงินกู้ ๕ ปี ในส่วนของจำนวนสถานีบริการ ปตท. ได้จัดทำแผนลงทุนก่อสร้างสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ จำนวน ๑๑๕ สถานีภายในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ เพื่อเร่งขยายจำนวนสถานีบริการ NGV ในเขตกรุงเทพ ฯ และปริมณฑล ตามแนวท่อส่งก๊าซ ซึ่งจะต้องใช้เงินลงทุนประมาณ ๕,๑๘๕ ล้านบาท สำหรับ การผลักดันในช่วงต่อไป กระทรวงพลังงาน โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สนพ. จะร่วมกันจัดงานเปิดตัวโครงการ “๑๕ มกรา รวมพลังยานยนต์ไทยใช้ NGV” โดยโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กลุ่มผู้จำหน่ายก๊าซธรรมชาติ กลุ่มผู้ใช้ยานพาหนะ ผู้ขับขี่/ผู้ประกอบการแท็กซี่ กลุ่มผู้จำหน่ายและติดตั้งอุปกรณ์ NGV พร้อมทั้งธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นผู้ที่จะให้สินเชื่อในโครงการนี้ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยน ความเห็นและประสบการณ์ระหว่างกัน ก่อนการตัดสินใจเลือกผู้จำหน่ายและติดตั้งอุปกรณ์ NGV รวมทั้งมีการลงนามในข้อตกลงให้การสนับสนุนเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจาก กองทุนเพื่อส่งเสริม การอนุรักษ์พลังงาน ระหว่างสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กับผู้ดำเนินโครงการ ๓ หน่วยงาน และเปิดสมาคมก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ไทย

- จากข้อกล่าวหา ค้นไปค้นมา
เพื่อหาว่า เป็นการปล่อยกู้เรื่องอะไร
ปรากฏว่าจำนวนเงินในข้อกล่าวหา
ไปตรงกันเป๊ะกับยอดที่เป็นมติ ครม. ด้านบน
ซึ่งเป็นเรื่องปล่อยกู้ให้ ปตท. ขยายสถานีบริการ NGV
เดาว่าภายหลังการประกาศอายัดทรัพย์ทักษิณ
ด้วยเรื่องมติครม. อันนี้ แล้วหาสาเหตุเอาผิดไม่ได้
เลยไปหาเรื่องการปล่อยกู้ของกรุงไทยกรณีอื่นมาอ้าง
เพื่อจะได้คงข้อกล่าวหา และมูลค่าความเสียหายไว้เยอะๆ
เพื่อให้ชอบธรรมในการยึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาทของทักษิณ
ซึ่งการแสดงตัวเลขความเสียหายในแต่ละเรื่อง
ก็เพื่อจะชี้ให้เห็นจำนวนเงินเสียหายเยอะๆ แค่นั้นเอง
เรื่องนี้เลยเป็นหลักฐานยืนยันให้เห็นเจตนา
ที่ต้องการทำยังไงก็ได้ให้มีข้อกล่าวหาไว้เยอะๆ
แม้หาเรื่องนี้ไม่ได้ก็ยังอุตส่าห์ไปหาเรื่องอื่นมาโยงจนได้

สำหรับเรื่องที่นำมากล่าวหาใหม่
เป็นเรื่องการปล่อยกู้ของกรุงไทย
ต่อนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ที่เสียหายเกิดเป็นหนี้เสียขึ้นมา
แล้วโยงมากล่าวหาว่าทักษิณสั่ง
ทั้งๆ ที่แบงค์กรุงไทยก็กู้หลายแสนล้าน
และก็มีหนี้เสียมากมายเหมือนธนาคารอื่นๆ
ที่ทำให้เกิด NPL ทั้งระบบสูงหลายแสนล้านบาท
จนทักษิณเข้ามาเป็นนายกก็ตั้ง บบส.
เพื่อแก้หนี้เสียเหล่านี้
หลังจากที่รัฐบาลชวนแก้ด้วยการใช้ ปรส.
ทำให้พากันเจ๊งเพราะไม่ได้แยกหนี้เสียกับหนี้ดีออกจากกัน
เลยทำให้หนี้ดีกลายเป็นหนี้เน่าตามกันไปหมด
ซึ่งในเวลาต่อมาการตั้ง บบส. ได้พิสูจน์แล้วว่า
เป็นวิธีแก้ปัญหา หนี้เสียของสถาบันการเงินได้ดีที่สุด

ดังนั้นเรื่องธนาคารกรุงไทย
ที่ปล่อยกู้ปีละหลายหมื่นหลายแสนล้านบาท
จะมีหนี้เสียจำนวนหนึ่งที่นำมากล่าวหาระดับไม่กี่พันล้านบาท
จากหนี้เสียที่เคยทำกันมากกว่านี้อีก
ถือเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ไม่เยอะและเกิดขึ้นกับทุกธนาคาร
เพราะเห็นมีหนี้เสียมากบ้างน้อยบ้างทุกธนาคาร
และการปล่อยกู้โครงการใหญ่ๆ ก็มีคณะกรรมการ
ไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว
จึงนำมาเป็นข้อกล่าวหาเพื่อยึดทรัพย์ทักษิณ
มันถูกต้องชอบธรรมแล้วหรือ
เพราะแสดงให้เห็นว่า
การปล่อยกู้ของธนาคารหล่ะหลวมอยู่แล้ว
และเคยทำให้เกิดหนี้เสียหลายโครงการ
หลายหมื่นหลายแสนล้านบาทมาแล้ว
ไม่ใช่เฉพาะรายนี้รายเดียว

ซึ่งกรณีนายวิโรจน์กับพวก
ก็โดนแบงค์ชาติกล่าวโทษไปแล้ว
จากข้อหาหลายๆ เรื่องหลายสิบคดี รวมทั้งกรณีนี้ด้วย
ก่อนหน้าที่จะเกิดคดีระหว่างแบงค์ชาติกับวิโรจน์
สมัยช่วงรัฐบาลทักษิณ
มีการปีนเกลียวกันระหว่างนายวิโรจน์กับผู้ว่าแบงค์ชาติ
โดยแบงค์ชาติไม่ให้นายวิโรจน์กลับมาดำรงตำแหน่งอีก
แต่คณะกรรมการคัดเลือกให้มาเป็นอีก
ก็เลยมีความพยายามหาข้อผิดพลาด
เพื่อมาสกัดไม่ให้กับมาดำรงตำแหน่ง
และเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ที่ทำให้เกิดปัญหายุ่งๆ ในประเทศนี้
หลังจากทักษิณไม่ช่วยนายวิโรจน์
ให้กลับมาเป็นผู้บริหารแบงค์กรุงไทยอีกครั้ง
นสพ.ผู้จัดการ ก็เริ่มออกมาตีทักษิณ
หลังจากเคยเป็นกองเชียร์มาก่อน

——————————————————-

ผู้จัดการรายวัน17 กุมภาพันธ์ 2548
คดีKTBปิดฉากนโยบายNPL

ธุรกิจ ภาคเอกชนบ่นอุบ หลังแบงก์ชาติเล่นบทโหดเชือดผู้บริหารแบงก์กรุงไทย เผยขณะนี้การขอสินเชื่อยากขึ้น ส่วนการปรับโครงสร้างหนี้ถูกเรียกทบทวนใหม่เพราะแบงก์กังวลถูกแบงก์ชาติเล่น งาน ชี้การใช้บทลงโทษทางกฎหมายนำหน้า เป็นการสวนทางนโยบายแก้หนี้เสีย-ฟื้นฟูธุรกิจที่รัฐบาล ทักษิณ 1 ใช้เป็นนโยบายหลัก ยอมรับไม่แน่ใจงานนี้นายกฯหนุนหลังหรือกลัวผู้ว่าฯกันแน่ หยันแผนใช้บบส.ซื้อหนี้เอกชนมาแก้อีก 5 แสนล้านล้มเหลวแน่

แหล่ง ข่าวจากที่ปรึกษาทางการเงินเปิดเผยว่า ตั้งแต่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาระบุว่าสินเชื่อรายใหญ่ของธนาคารกรุงไทย (KTB) 12 ราย มีปัญหาในการปล่อยกู้เมื่อช่วงปลายปี ได้ทำให้บริษัทเอกชนหลายรายประสบปัญหาในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ขณะเดียวกันบริษัทที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ถูกธนาคารพาณิชย์ทบทวน การปล่อยกู้ใหม่ เนื่องจากเกรง ว่าธปท.จะเล่นงานผู้บริหารเหมือนกรณีของธนาคารกรุงไทย ล่าสุดธปท.ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีต่อกรรมการ และผู้บริหารธนาคารกรุงไทยรวม 21 ราย ยิ่งทำให้การแก้หนี้และปล่อยกู้ชะงักงันมากขึ้น

“ภาวะดัง กล่าวเริ่มก่อตัวขึ้นประมาณ 3-4 เดือนที่ผ่านมา เป็นช่วงที่แบงก์ชาติระบุว่าลูกค้า 12 รายในแบงก์กรุงไทยมีปัญหา เช่น บริษัทอสังหาฯเจ้าของตึกใหญ่ย่านสีลม ซึ่งไม่ได้อยู่ในบัญชี 12 รายในแบงก์กรุงไทย ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย ทั้งๆ อยู่ในขั้นตอนปรับโครงสร้างหนี้ที่อนุมัติวงเงินแล้วแต่เบิกไม่ได้ แบงก์อ้างว่าทำตามนโยบายแบงก์ชาติ เหตุการณ์ดังกล่าวยังเกิดกับลูกค้าทุกแบงก์ นี่คือสัญญาณอันตราย”

แหล่ง ข่าวกล่าวว่า ต้องไม่ลืมว่าที่ผ่านมาไทยประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ การปล่อยสินเชื่อและปรับโครงสร้างหนี้มีวัตถุประสงค์หลักคือให้ลูกหนี้อยู่ ได้ เพราะเมื่อธุรกิจฟื้นเศรษฐกิจก็ฟื้น โดยให้ใช้หลักการปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้กรอบกฎหมาย แต่ไม่ใช่ให้กฎหมายนำหน้า ยึดทรัพย์หรือปล่อยลูกหนี้ล้มละลาย

ทั้ง นี้ การเดินตามแนวทางเพื่อให้ลูกหนี้รอดพ้นจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ตามที่ธนาคารกรุงไทยดำเนินการชัดเจนนั้น ได้ทำให้บริษัทขนาดใหญ่และลูกค้ารายย่อยเริ่มฟื้นหลายรายวันนี้ยืนอยู่ได้ หลายรายกำลังผ่อนหนี้เดิมใกล้หมด แต่ธปท.กลับมาใช้กฎหมายนำหน้า เหมือนกับที่เคยแก้หนี้โดยใช้สำนักงานคณะกรรมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ (สปน.) ของธปท. ซึ่งล้มเหลวมาใช้อีกครั้ง ที่สำคัญผู้บริหารธปท.เล่นการเมืองมากเกินไป

แหล่งข่าวระบุว่า การกระทำของธปท. สวนทางนโยบายของรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้แถลงเมื่อครั้งเข้ามาเป็นรัฐบาลในเดือนกุมภาพันธ์ 2544 ว่าด้วยการแก้หนี้เสีย (เอ็นพีแอล) และปรับโครงสร้างหนี้ให้ภาคธุรกิจเพื่อฟื้นเศรษฐกิจประเทศ นับเป็นภารกิจแรกของรัฐบาล โดยมีการประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กชอป) ที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเครื่องมือหลัก ได้แก่ บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บบส.) และธนาคารของรัฐ

“การฟื้นตัวของธุรกิจวันนี้ ต้องยอมรับนี่คือความสำเร็จของรัฐบาลทักษิณ ในการแก้หนี้และอัดฉีดเงินกู้เข้าระบบ แต่แบงก์ชาติกำลังทำเรื่องสวนทางกับนโยบายรัฐบาลทักษิณ 1 เอกชนก็กังวลว่ารัฐบาลเห็นด้วย เป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลทักษิณ 2 จะเลิกนโยบายแก้หนี้และฟื้นฟูภาคธุรกิจแล้วใช่มั้ย หรือว่านายกฯไม่เห็นด้วยแต่มีปัญหาในการจัดการกับผู้ว่าฯธปท.”

แหล่ง ข่าวมองว่า ที่ผ่ามาไม่เฉพาะบสท. และบบส.เท่านั้น นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 21 คนที่ถูกแบงก์ชาติฟ้องร้อง ถือว่าได้สนับสนุนและต่อยอดนโยบายในการบริหารธนาคารกรุงไทยอย่าง ประสบความสำเร็จด้วย เพราะช่วง 4 ปีที่ผ่านมา นายวิโรจน์ปล่อยกู้กว่า 500,000 ล้านบาท ซึ่งมากที่สุดในระบบธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ มีขั้นตอนที่โปร่งใสและไม่มีเรื่องทุจริต แต่ธปท.มีการบิดเบือนสร้างความเข้าใจผิดให้ประชาชน

“ต้องเข้าใจว่า การปรับโครงสร้างหนี้ ซื้อขายหนี้ รีไฟแนนซ์หรือปล่อยสินเชื่อ มันมีค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมที่ฝรั่งเรียกว่าค่าฟี มันเป็นอาชีพ ไม่ว่าพ่อค้าซื้อขายหนี้ อาชีพนายหน้าหรือที่ปรึกษา ผมคิดว่าผู้ว่าฯแบงก์ชาติคนปัจจุบัน (ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล) รู้ดี อย่างน้อยท่านเคยเป็นประธานบบส. และใช้หลักเดียวกันในการแก้ปัญหา เพราะฝรั่งสอนมาเหมือนกัน เพียงแต่ช่วงหลังวิกฤตใหม่ เราอาศัยบริษัทชื่อเท่ๆ แบบฝรั่งมาเป็นนายหน้า เป็นที่ปรึกษาต้องจ่ายเงินให้พวกนี้นับแสนล้าน เช่น จีอี แคปปิตอล โกลด์แมน แซคส์หรือเลแมน บราเธอร์ แต่มาวันนี้อาชีพเหล่านั้นคนไทยนำมาทำ กลับถูกผู้ว่าฯคนปัจจุบันกล่าวหาว่าร่วมกันโกงบ้าง กินหัวคิวบ้าง แถมมาฟ้องทุจริต ผมว่าลองคนทำชื่อฝรั่งแบบจีอีฯ เลแมนฯหรือทรีนิตี้ดูบ้าง ก็คงไม่โดนเล่นงาน” แหล่งข่าวอธิบาย

หยันแผนโอนหนี้ให้บบส.เจ๊ง

แหล่ง ข่าวยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้รัฐบาลทักษิณ อยู่ระหว่างการแก้พ.ร.บ.บบส. เพื่อซื้อหนี้จากสถาบันการเงินได้ทุกแห่ง คาดว่าจะผ่านสภาผู้แทนราษฎรในสมัยหน้า แผนดังกล่าวหากอยู่ภายใต้มาตรฐานธปท. จะต้องล้มเหลวเพราะผู้บริหาร ทั้งของบบส.และสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกับ การโอน ซื้อขาย ปรับโครงสร้างหนี้และปล่อยกู้หนี้ที่คาดว่าจะโอนอีกประมาณ 500,000 ล้านบาท ต้องระมัดระวัง ดังนั้นการแก้ไขหนี้ดังกล่าวจะต้องล้มเหลว ความหวังที่จะทำให้หนี้เสียในระบบธนาคาร พาณิชย์เหลือ 3% ในปี 2549 คงเป็นไปได้ยาก

“ตอนนี้ต้องลุ้นว่าจะมีการเปลี่ยนผู้ว่าฯธปท. หรือไม่ นี่คือความหวังของภาคธุรกิจ เอาเฉพาะเรื่องใกล้ตัวที่เห็นได้ชัดในตอนนี้ก็คือแบงก์ไม่ยอมปล่อยกู้ผู้ที่ ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิ ทั้งๆ ที่เป็นเหตุการณ์ไม่ปกติที่ต้องช่วยเหลือเร่งด่วน และยืดหยุ่น ทว่าไม่มีความคืบหน้า ปัญหาก็คือแบงก์ ชาตินี่แหละ” แหล่งข่าวกล่าว

http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=29800

——————————————————-

หนี้กรุงไทย12รายเป็นNPLอุ๋ยขู่อาจมีฟ้องร้องผู้ บริหาร

โดย ผู้จัดการรายวัน 3 ธันวาคม 2547 22:01 น.

ผู้ จัดการรายวัน – หม่อมอุ๋ยเผยผลตรวจสอบลูกหนี้ 12 รายของแบงก์กรุงไทยเป็นเอ็นพีแอลทุกราย เผยอาจมีการฟ้องร้องผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง แต่จะแถลงรายละเอียดหลังวันที่ 10 ธ.ค. ขณะที่คนกรุงไทยไม่เชื่อแบงก์ชาติกล้าฟ้อง “วิโรจน์” เพราะอาจถูกเล่นงานกลับได้

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผลการตรวจสอบสินเชื่อธนาคารกรุงไทยจำนวน 12 ราย ได้ข้อสรุปแล้วพบว่าเป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จริงทั้ง 12 ราย แต่มีโอกาสที่จะกลับเป็นลูกหนี้ปกติ ถ้าธนาคารกรุงไทยมีการบริหารจัดการและแก้ไขให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากยังไม่ครบ 2 เดือนตามกำหนดหรือต้องรอหลังวันที่ 10 ธ.ค.
“เอ็นพีแอลทั้ง 12 รายจะกลับมาเป็นหนี้ดีหรือไม่ก็ได้ขึ้นอยู่กับฝีมือในการแก้ไขปัญหาของผู้ บริหารกรุงไทยว่าจะเป็นอย่างไร ส่วนถ้าจำเป็นต้องฟ้องร้องใคร ธปท.ก็จะทำหลังจากวันที่ 10 ธ.ค” ผู้ว่าฯธปท.กล่าว
ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าว ว่าขณะนี้ธนาคารกรุงไทยเพิ่งมีการเปลี่ยนตัวกรรมการผู้ จัดการใหญ่ (นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์) ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงภายใน แต่ก็เชื่อว่าผู้บริหารธนาคารกรุงไทยมีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหา โดยหลังจากธปท.ส่งผลไปแล้ว ทางกรุงไทยก็ไม่จำเป็นต้องรายงานกลับมายังธปท.อีก
แหล่งข่าวธนาคารกรุง ไทยกล่าวว่าลูกหนี้ 12 ราย ที่ผู้ว่าฯธปท.ระบุว่าเป็นเอ็นพีแอล เป็นหนี้เก่าของธนาคารกรุงไทยที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างและมีปล่อยกู้ เพิ่มเติม นอกจากนี้มีการโอนไปยังสถาบันการเงินอื่นๆ ที่สำคัญไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของธนาคารเพราะมีการกันสำรองแล้ว
สำหรับหนี้ 12 ราย แหล่งข่าวระบุว่าไม่มีบริษัทแนเชอรัล พาร์ค (N-Park) เนื่องจากเป็นหนี้ปกติที่ถูกตัดออกจาก 14 รายในตอนต้น
ส่วน ที่ม.ร.ว.ปรีดิยาธรระบุว่าอาจจะมีการฟ้องร้องผู้บริหารธนาคารกรุงไทย นั้น คาดว่าหากฟ้องร้องจริงคงเป็นนายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการ แต่เชื่อว่าเป็นเพียงการขู่ของผู้ว่าฯธปท.มากกว่า เนื่องจากหากมีการฟ้องร้อง นายวิโรจน์ต้องเล่นงานกลับอย่างแน่นอน
ที่มา ของการตรวจสอบสินเชื่อทั้ง 12 ราย เกิดจากความขัดแย้งของม.ร.ว.ปรีดิยาธรกับนายวิโรจน์ เนื่องจากม.ร.ว.ปรีดิยาธรเห็นว่าการบริหารงานของนายวิโรจน์ในธนาคารกรุงไทย 3 ปีที่รับตำแหน่งมีความหละหลวมในการปล่อยกู้ จึงแทรกแซงการแต่งตั้งของคณะกรรมการธนาคารที่มีมติให้นายวิโรจน์กลับไปเป็น กรรมการผู้จัดการสมัยที่ 2 โดยยกสินเชื่อ 12 รายดังกล่าวมาเป็นข้ออ้าง ขณะที่นายวิโรจน์เห็นว่าม.ร.ว.ปรีดิยาธรใช้อำนาจไม่เป็นธรรมจึงยื่นจดหมาย เปิดผนึกขอความเป็นธรรมจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ขณะนี้ศาลปกครองรับฟ้อง อยู่ระหว่างการเรียกสอบพยาน

——————————————————-

ความเป็นมาย่อๆ ของนายวิโรจน์ นวลแข
ที่เกี่ยวกับแบงค์กรุงไทยและการปล่อยกู้
และกรณีการงัดข้อกับผู้ว่าแบงค์ชาติ

วิโรจน์เปิดใจพร้อมสู้คดียันหลักทรัพย์คุ้มปล่อยกู้
“วิโรจน์ นวลแข” เปิดใจหลังถูกแบงก์ชาติฟ้องร้องดำเนินคดี ยืนยันความบริสุทธิ์ปล่อยสินเชื่อตามเงื่อนไขทุกอย่าง ระบุหลักทรัพย์ค้ำประกันเพียงพอกับวงเงินกู้ ขณะที่การตรวจสอบวัตถุประสงค์การใช้เงินยังมีอำนาจจำกัด ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ พร้อมยืนยันไม่ห่วงเรื่องคดี มั่นใจมีหลักฐานเพียงพอชี้แจง
(ผู้จัดการรายวัน 16 กุมภาพันธ์ 2548)

ฉะ “หม่อมอุ๋ย”เลือกปฏิบัติ ฟ้องบิ๊กกรุงไทย-ชี้ธปท.มีพิรุธ
“สุชา ติ-วิโรจน์” ประสานเสียงโต้แบงก์ชาติเลือกปฏิบัติ เหตุแจ้งความเอาผิดบิ๊กแบงก์กรุงไทยแค่ 3 คนทั้งๆ ที่บอร์ดบริหารมี 5 คน “วิโรจน์” ยันปล่อยสินเชื่อลูกหนี้ทั้ง 3 กรณีตามขั้นตอน “หม่อมอุ๋ย” อ้างเหตุละเว้นบอร์ด 2 คน เพราะต้องกันเป็นพยานและให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ ส่วนสาเหตุการฟ้องเพราะกลัวถูกกล่าวหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มั่นใจเก้าอี้ผู้ว่าฯยังอยู่
(ผู้จัดการรายวัน 15 กุมภาพันธ์ 2548)

อุ๋ยสั่งหาหลักฐานมัดผู้บริหารKTBก่อนส่งฟ้องศาล
ผู้ ว่าฯแบงก์ชาติสั่งหาหลักฐานเพิ่มก่อนส่งฟ้องศาล หลังพบหลักฐานที่ผู้บริหาร ธนาคารกรุงไทยปล่อยสินเชื่อหละหลวม คาดใช้เวลาอีก 2 สัปดาห์ ขณะที่ฝ่ายตรวจสอบสินเชื่อ ระบุมี 2-3 รายเท่านั้น ที่ต้องให้ฝ่ายคดีพิจารณาต่อว่าจะฟ้องร้องต่อผู้บริหารที่อนุมัติสินเชื่อ ได้หรือไม่ ด้านรองประธานบอร์ดแบงก์กรุงไทย “ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล” ออกตัวไม่ขอยุ่งเกี่ยว
(ผู้จัดการรายวัน 25 มกราคม 2548)

สรุปผลสอบปล่อยกู้KTB
ผู้ ว่าฯแบงก์ชาติ เผยธปท.ได้ข้อสรุปผลการตรวจสอบการปล่อยสินเชื่อของแบงก์กรุงไทยหลังจากที่ ส่อเค้าไปในทางทุจริต แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดต้องรอให้ผ่านกระบวนการทางกฎหมายก่อน พร้อมทำหนังสือถึงอัยการแจงกรณีที่ “วิโรจน์” ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 210 ล้านบาท เรียบร้อยแล้ว
(ผู้จัดการรายวัน 11 มกราคม 2548)

ปล่อยกู้ชะงักอสังหาฯสะดุด
แบงก์ พาณิชย์ชะลอปล่อยกู้ บริษัทใน-นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ตลอดจนโครงการอสังหาริมทรัพย์หลายรายไม่ได้เงินกู้ไปลุยธุรกิจต่อ หลังธปท.เล่นงาน “วิโรจน์” ข้อหาละเลยปฏิบัติหน้าที่ พ.ร.บ.มาตรา 22 (8) ทำเอา “นายแบงก์” ถึงกับปอดไม่กล้าให้สินเชื่อ จนสถานการณ์ขอเงินกู้ 2 เดือนที่ผ่านมาแทบหยุดชะงัก หวั่นพลาดท่าโดนเช็กบิลหมดอนาคต
(ผู้จัดการรายวัน 20 ธันวาคม 2547)

ธปท.เล็งฟ้องวิโรจน์ชี้ปล่อยกู้หละหลวม
แบงก์ ชาติเตรียมฟ้องร้องผู้บริหารและบอร์ดแบงก์กรุงไทยที่เกี่ยวข้องกับการ ปล่อยสินเชื่อฉาว เผยกำลังหาหลักฐานเพิ่มเติมหลังผลตรวจสอบสินเชื่อทั้ง 12 ราย พบปล่อยกู้หละหลวมแบบปกติและไม่ปกติ เชื่อแบงก์ชาติฟ้อง “วิโรจน์ นวลแข” แน่ ด้านตลาดหุ้นตกรับข่าวร้าย เฉพาะกลุ่มแบงก์ร่วง 2.97%
(ผู้จัดการรายวัน 9 ธันวาคม 2547)

ศาลรับคำร้อง”วิโรจน์”ฟ้องหม่อมอุ๋ย-ธปท.
ศาล ปกครอง สั่งรับคำร้องคดี “วิโรจน์” ฟ้องธปท.-อุ๋ย พร้อมแจ้งคู่กรณีแจงหักล้างข้อกล่าวหาภายใน 30 วัน ด้านทนายเตรียมยื่นเพิ่มขอให้ชะลอตั้งเอ็มดีคนใหม่ และเรียกแบงก์กรุงไทยร่วมเป็นคู่กรณี ขณะที่ขุนคลังยันไม่กระทบกระบวนการสรรหาเอ็มดีคนใหม่ มั่นใจ “อภิศักดิ์” เริ่มงานเร็วๆ นี้
(ผู้จัดการรายวัน 4 พฤศจิกายน 2547)

“วิโรจน์” ขอศาลปกครองสั่งKTBชะลอเอ็มดีใหม่
“วิโรจน์ นวลแข” แจงศาลปกครองปมฟ้อง “หม่อมอุ๋ย” พร้อมยื่นคำร้องขอศาลสั่งบอร์ดกรุงไทยชะลอการสรรหาเอ็มดีกรุงไทยใหม่ และให้ ธปท. รับผิดชอบค่าจ้างทนาย ขณะที่หม่อมอุ๋ยไฟเขียวบอร์ดกรุงไทยตั้ง “อภิศักดิ์” นั่งเอ็มดีโดยไม่ต้องเสนอ ธปท.พิจารณา
(ผู้จัดการรายวัน 3 พฤศจิกายน 2547)

วิโรจน์ฟ้องแล้วอุ๋ย-ธปท.
“วิโรจน์ นวลแข” ส่งตัวแทนยื่นฟ้องธปท.และผู้ว่าฯ ธปท.แล้ว เรียกค่าเสียหาย 201 ล้านบาท เป็นค่าเสียโอกาสจากการประกอบอาชีพและนั่งเอ็มดีกรุงไทยต่ออีกวาระ พร้อมทั้งขอให้ศาลปกครองประกาศเจ้าปัญหาของแบงก์ชาติกรณีการแต่งตั้งผู้ บริหารระดับสูงของแบงก์พาณิชย์ ระบุเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ชัดเจน คาดศาลใช้เวลา 1 สัปดาห์พิจารณาจะประทับรับฟ้องหรือไม่
(ผู้จัดการรายวัน 27 ตุลาคม 2547)

คลังส่งหนังสือวิโรจน์กม.ตีความก่อนตัดสิน
“คลัง” ส่งหนังสือวิโรจน์ ให้ที่ปรึกษา กม. พิจารณา ถี่ถ้วน ก่อนถึงมือ รมว. ชี้หากมีข้อมูลใดจำเป็นต้องส่งกฤษฎีกาเพิ่ม จะดำเนินการให้ แต่ยันเป็นคนละเรื่องกับการยื่นฟ้องศาลของวิโรจน์ ส่วนการขยายเวลารับสมัครเอ็มดีคนใหม่ยังเป็นเรื่องอนาคต
(ผู้จัดการรายวัน 22 ตุลาคม 2547)

วิโรจน์ฟ้อง “อุ๋ย-กรุงไทย” เรียก100ล้านพร้อมทวงเก้าอี้เอ็มดีคืน
“วิโรจน์ นวลแข” เตรียมฟ้องแบงก์ชาติ-บอร์ดกรุงไทย เรียกค่าเสียหายมากกว่า 100 ล้าน “หม่อมอุ๋ย”จำเลยที่ 1 เผยจะร้องศาลปกครองก่อน 26 ต.ค. ส่วนข้อเรียกร้องในหนังสือขอความเป็นธรรมจาก “สมคิด” ในฐานะผู้กำกับดูแล 2 องค์กร เผยต้องการให้รมว.คลังยุติอำนาจในประกาศเพิ่มเติมของธปท. มาตรา 22 (8)
(ผู้จัดการรายวัน 20 ตุลาคม 2547)

“วิโรจน์”แจงกรุงไทยวันนี้ยันยังไม่ฟ้อง”ปรีดิยาธร”
“วิโรจน์ นวลแข” แถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีแบงก์ชาติสั่งห้ามบอร์ดแบงก์กรุงไทยตั้งเป็น เอ็มดี และผลงาน 3 ปีที่ผ่านมา เผยยังไม่ฟ้องร้องเพราะรอจังหวะเหมาะสม ขอยึดหลักความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา “ธาริษา” เผยความคืบหน้าลูกหนี้ 11 ราย ยังอยู่ที่ฝ่ายตรวจสอบ ลั่นต้องหาคนรับผิดชอบโดยดูที่เจตนาการปล่อยกู้
(ผู้จัดการรายวัน 12 ตุลาคม 2547)

“กรุงไทย” รอธปท.เก้อผลสอบวิโรจน์ไม่เสร็จ
แบงก์ ชาติยังไม่ส่งหนังสือตรวจสอบคุณสมบัติ “วิโรจน์” ให้บอร์ดแบงก์กรุงไทย ตามที่หม่อมอุ๋ยให้ข่าวไว้ แฉผลสอบยังไม่เสร็จ “ปลัดคลัง” ยืนยันต้องได้รับหนังสือเป็นทางการก่อนประชุมหรือแถลงข่าว วอนนักลงทุนและลูกค้าเห็นใจ เชื่อผู้บริหารกรุงไทยและแบงก์ชาติปรารถนาดี ไม่มีความขัดแย้ง ส่วนเอสแอนด์พี คงอันดับเครดิตธนาคารไทย
(ผู้จัดการรายวัน 1 ตุลาคม 2547)

“อุ๋ย” แบล็กเมล์วิโรจน์จี้ถอนตัวก่อนถูกเชือด
หม่อม อุ๋ยถอดรหัส 30 ก.ย. เผยให้เวลา “วิโรจน์” เลือกทางเดินในแบงก์กรุงไทย ขู่หากไม่ถอนตัวอาจโดนเล่นงานเรื่องปล่อยกู้หละหลวม อ้างเป็นวิธีที่ไม่กระทบต่อทุกฝ่าย พร้อมโยนความผิดให้บอร์ดสรรหาฯไม่ยอมหารือก่อนเลือกเอ็มดี
(ผู้จัดการรายวัน 29 กันยายน 2547)

ชี้ชะตา”วิโรจน์” 27ก.ย.นี้
“ม.ร.ว .ปรีดิยาธร เทวกุล” ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ เร่งหาข้อยุติการแต่งตั้ง “วิโรจน์ นวลแข” ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทยโดยเร็ว มั่นใจรู้ผล 27 ก.ย.นี้ ก่อนเดินทางไปประชุมประจำปีไอเอ็มเอฟ พร้อมยืนยันขั้นตอนดำเนินการโปร่งใสและมีเหตุผลชี้แจงได้
(ผู้จัดการรายวัน 24 กันยายน 2547)

อุ๋ยปัดยื้อเก้าอี้วิโรจน์ยันไม่มีเรื่องส่วนตัว
หม่อม อุ๋ยปฏิเสธขวาง “วิโรจน์ นวลแข” นั่งเอ็มดีแบงก์กรุงไทย อ้างอยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบคุณสมบัติจากเจ้าหน้าที่ เผยเคยทำงานด้วยกันและไม่มีความขัดแย้งส่วนตัว “สมคิด” แนะร่วมมือกันทำงาน
(ผู้จัดการรายวัน 17 กันยายน 2547)

“วิโรจน์” รีเทิร์นกรุงไทยเซ็นสัญญาใหม่ 2 ปีครึ่ง
“วิโรจน์ นวลแข” นั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการแบงก์กรุงไทยแน่นอนแล้ว เซ็นสัญญาสมัยที่ 2 รวม 2 ปี 6 เดือน “สมคิด” เห็นชอบ ด้านสหภาพฯและชมรมผู้จัดการสาขาฯหนุนเต็มที่ ระบุยิ่งช้าแบงก์ยิ่งเสียหาย ประกาศไม่เป็นเครื่องมือผู้ไม่หวังดีทำลายแบงก์
(ผู้จัดการรายวัน 3 กันยายน 2547)

สร.กรุงไทย หนุนวิโรจน์ ชูผลงานนั่งเก้าอี้MDต่อ
ขุน คลังสนับสนุน “สมใจนึก เองตระกูล” เป็นประธานการสรรหากรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทยคนใหม่ ลั่นไม่มีปัญหา ขณะที่บอร์ดกรุงไทยเมินเฉยแถมเสียงแตก ส่วน “วิโรจน์ นวลแข” พร้อมยื่นใบสมัครหลังพ้น ตำแหน่ง 9 ก.ค.นี้ สหภาพฯ กรุงไทยเคลื่อนไหวสนับสนุน ทำหน้าที่ต่ออีกสมัย
(ผู้จัดการรายวัน 15 มิถุนายน 2547)

ไม่มีแผนปลด “วิโรจน์” กรุงไทยรุกสินเชื่อต่อ
“บิ๊ก หมง” ยันบอร์ดแบงก์กรุงไทย (KTB) ยังไม่มีแผนปลด วิโรจน์ นวลแข ย้ำที่ผ่านมา เขาทำงานเข้าเป้ามาตลอด ส่วนประธานกรรมการคนใหม่จะใช้ความเป็นทหาร เก่าให้เป็นประโยชน์ เชื่อมสัมพันธ์ภาครัฐ
(ผู้จัดการรายวัน 3 เมษายน 2546)

แบงก์กรุงไทยเลื่อนแปรรูป รอดูความชัดเจนสงคราม
แบงก์ กรุงไทย ขาดสภาพคล่อง สวนกระแสแบงก์พาณิชย์ส่วนใหญ่ที่สภาพคล่องล้น หลังปล่อยกู้สนองนโยบายรัฐ “วิโรจน์” ชี้บางวันเงินขาด 4,000-6,000 ล้านบาท ต้องพึ่งอินเตอร์แบงก์ เผยผลประกอบการปีนี้ทรงตัว ผลจากสเปรดหดตัว ทั้งดอกเบี้ยยังอยู่ในช่วงขาลง เลื่อนแปรรูปรอความชัดเจนของสงคราม
(ผู้จัดการรายวัน 21 มีนาคม 2546)

แผน3ปีกรุงไทยผู้นำปล่อยกู้ ตั้งเป้าสุทธิ1.8แสนล.ขยายสินทรัพย์ดี
แบงก์ กรุงไทยตั้งเป้า 3 ปีเร่งขยายสินเชื่อเพิ่มขึ้นสุทธิให้ได้ 180,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มขนาด ของสินทรัพย์ดีแหล่งรายได้ของธนาคาร เน้นปล่อยกู้ให้ กับภาครัฐ ตามด้วยเอสเอ็มอี ขณะที่ในปี 46 ตั้งเป้าปล่อย กู้เพิ่มขึ้นสุทธิ 70,000 ล้านบาท
(ผู้จัดการรายวัน 23 ธันวาคม 2545)

วิโรจน์โชว์ผลงานรอบ1ปี กำไรเพิ่ม-สร้างขวัญพนง.
กรุง ไทยยุควิโรจน์ นวลแข กำลังไปได้สวย ระบุผลงานในรอบ 1 ปีสามารถดันกำไรเพิ่มจาก100ล้านบาทต่อเดือนเป็น 800 ล้านบาทต่อเดือน ผล พวงการปรับรูปแบบการทำงานที่มุ่งทำงานเป็นทีม
(ผู้จัดการรายวัน 17 กรกฎาคม 2545)

http://www.gotomanager.com/resources/default.aspx?id=3644&g=mgrd&page=1

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.